ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรม (justice delayed is justice denied) เฉกเช่นคำขวัญศาลแรงงานที่ว่า "ประหยัด สะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม" ก็ด้วยการตระหนักว่าความยุติธรรมมิใช่เพียงการตัดสินโดยองค์กรตุลาการที่เป็นกลางเท่านั้น หากต้องมิใช่กระบวนการที่ใช้เวลายาวนาน เพราะคำตัดสินที่มาอย่างเชื่องช้าอาจทำให้ผู้ได้รับความเสียหายไม่สนใจต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทั้งยังทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคู่ความที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน

28 ธันวาคม 2564 : รวมมาตรการแก้แรงงานข้ามชาติขาดแคลน เตรียมขับเคลื่อนธุรกิจปี’65, ประชาชาติธุรกิจ

รวม 4 มาตรการ กระทรวงแรงงานแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติ 3 สัญชาติขาดแคลน แนะนายจ้างสามารถยื่นขอนำเข้าแรงงานตาม MOU ได้ทั้งปี โดยข้อมูลล่าสุดยื่นนำเข้าแล้ว 44,512 คน


วันที่ 28 ธันวาคม 2564 นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยการขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนนายจ้าง/สถานประกอบการ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดสายพันธุ์โอไมครอน กระทรวงแรงงานจำเป็นต้องบริหารจัดการการทำงานของแรงงานข้ามชาติอย่างรอบคอบมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการควบคุมป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนคนไทยเป็นสำคัญ”


นับตั้งแต่ปี 2563 ที่ประเทศไทยเข้าสู่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดำเนินการปรับเปลี่ยนระเบียบ นโยบาย รวมถึงมาตรการต่าง ๆ เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ ดังนี้


1) เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ให้คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ โดยให้นายจ้างที่จ้างแรงงานข้ามชาติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ยื่นบัญชีรายชื่อแจ้งความต้องการจ้างคนต่างด้าวผ่านระบบออนไลน์ และยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงาน (บต.48) ซึ่งทำให้แรงงาน 3 สัญชาติ จำนวน 496,055 คน ได้รับโอกาสเป็นแรงงานที่สามารถอยู่ในประเทศไทยและทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย


2) เสนอ ครม. เพื่อมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 โดยมีเป้าหมายบริหารจัดการให้แรงงานข้ามชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยตามมติ ครม. คราวต่าง ๆ ได้แก่ มติ 20 สิงหาคม 2562, มติ 4 สิงหาคม 2563, มติ 10 พฤศจิกายน 2563 และกลุ่ม MOU ที่ครบวาระการจ้างงาน และกลุ่มใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดโดยผลของกฎหมายรวมจำนวน 1,695,416 คน สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการทำงานได้ต่อไปถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 หรือ 2 ปี นับแต่วันที่การอนุญาตเดิมสิ้นสุด


รวมทั้งขยายระยะเวลาการหานายจ้างจาก 30 วัน เป็น 60 วัน เพื่อแก้ปัญหาให้นายจ้างที่ขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากสถานการณ์ด้านวัคซีนภายในประเทศขณะนั้นยังไม่เอื้ออำนวยที่จะนำแรงงานข้ามชาติเข้ามา อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินการจนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2564 มีนายจ้าง/สถานประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนจนแรงงานต่างด้าวได้รับอนุญาตทำงานแล้วเพียง 272,322 คน


3) มติ ครม.เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 เป็นอีกครั้งที่กระทรวงแรงงานเก็บตกแรงงาน 3 สัญชาติ ที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยดำเนินการตรวจสถานที่ก่อสร้าง สถานประกอบการ โรงงาน และสถานที่ทำงาน เพื่อให้คำแนะนำการปฏิบัติตนตามมาตรการทางสาธารณสุขแก่นายจ้างและแรงงานต่างด้าวเป็นระยะเวลา 30 วัน


หากพบแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลนายจ้างและแรงงานต่างด้าว พร้อมกำหนดวันนัดหมายให้นายจ้างมาดำเนินการยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนแรงงงานต่างด้าว ณ สำนักงาน เพื่อเข้าสู่ระบบการจ้างงานตามกฎหมาย และได้รับการดูแลตามสิทธิที่พึงมี หากอยู่ในกิจการที่มีประกันสังคมมีสิทธิเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33


ได้รับการคุ้มครอง และสิทธิการรักษาพยาบาลเช่นเดียวกับคนไทยที่อยู่ในระบบประกันสังคม หรือหากไม่อยู่ในกิจการที่มีประกันสังคมก็ได้รับสิทธิประกันสุขภาพตามสิทธิประกันที่มีการกำหนดให้ทำเมื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยมีนายจ้าง/สถานประกอบการดำเนินการยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวทั้งสิ้น 353,776 คน


4) จากกำหนดการเปิดประเทศของรัฐบาลเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 กระทรวงแรงงานได้เตรียมการล่วงหน้าเพื่อนำเข้าแรงงาน 3 สัญชาติ ตาม MOU เพื่อให้นายจ้างมีแรงงานในการขับเคลื่อนกิจการสอดรับกับการเปิดประเทศ


ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นมา กระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางาน (กกจ.) ได้เปิดให้นายจ้าง/สถานประกอบการยื่นคำร้องขอนำเข้าแรงงาน 3 สัญชาติ (เมียนมา กัมพูชา และลาว) ตาม MOU ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตลอดทั้งปีตามความจำเป็นในการประกอบกิจการ มีค่าใช้จ่ายรวมในการนำเข้าแรงงานอยู่ระหว่าง 11,490-24,250 บาทต่อแรงงานข้ามชาติ 1 คน ขึ้นอยู่กับการเลือกสถานที่กักตัว ระยะเวลาที่ต้องอยู่ในสถานที่กักตัว รวมถึงการเลือกประกันสุขภาพ ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับระยะเวลา


นายไพโรจน์กล่าวด้วยว่า กระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางานมีการวางแผนบริหารจัดการแรงงาน 3 สัญชาติในทุกระยะ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แต่สิ่งสำคัญที่จะแก้ปัญหาได้คือ นายจ้าง/สถานประกอบการจำเป็นต้องร่วมมือใช้แรงงานที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมาย ไม่รับแรงงานที่ลักลอบเข้าประเทศมาทำงาน เพราะแรงงานกลุ่มดังกล่าวไม่ได้ผ่านการตรวจคัดกรองโควิดตามมาตรการสาธารณสุข ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งต่อกิจการ ชุมชนใกล้เคียง จนถึงประเทศชาติ


หากท่านต้องการแรงงาน 3 สัญชาติ นายจ้างที่มีความพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหาสถานที่กักตัว สามารถยื่นคำร้องขอนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศ (Demand) กับกรมการจัดหางานหรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-10 ในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่


โดยข้อมูล ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2564 มีนายจ้างยื่นคำร้องสะสมแล้ว 420 คำร้อง ต้องการแรงงาน 3 สัญชาติรวม 44,512 คน แบ่งเป็นเมียนมา 31,256 คน กัมพูชา 9,599 คน และลาว 3,667 คน


โดยประเภทงานที่เป็นที่ต้องการได้แก่ กรรมกร 44,505 คน รับใช้ในบ้าน 4 คน ช่างเครื่องยนต์ 2 คน และงานอื่น ๆ (ขายของหน้าร้าน) 1 คน



25/Jan/2022

เกาะติดข่าวกฎหมาย

>> อ่านต่อ

บทความพิเศษ

 7 มีนาคม 2567 : ผ่อนรถไม่ไหว อยากจะคืนรถทำอย่างไร 7 มีนาคม 2567 : ผ่อนรถไม่ไหว อยากจะคืนรถทำอย่างไร

ผ่อนรถไม่ไหว อยากจะคืนรถทำอย่างไร   ทนายพรนารายณ์ ทุยยะค่าย 6 มีค. 67   &nb...

>> บทความอื่นๆ

กฎหมาย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2550)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชกำหนด การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กรมจัดหางาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
สำนักงานประกันสังคม
สำนักแรงงานสัมพันธ์
สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ศาลแรงงานกลาง
คณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา